“ปลัดฯ จตุพร” ติดตามการทำงาน ศูนย์ประสานงาน APEC ทส. ทันที หลังกลับจากการประชุม COP27
วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2565) เวลา 14.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เข้าติดตามการทำงานของ ศูนย์ประสานงานเอเปค ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งตั้งอยู่ ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทันทีภายหลังกลับจากการประชุม COP27 ณ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ เพื่อติดตามประเด็นสำคัญจากการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่มีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 14 - 19 พฤศจิกายน 2565 นี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องภายใต้บทบาทภารกิจของกระทรวงทรัพยากรฯ
นายจตุพร กล่าวว่า การประชุมเอเปค 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังยุคโควิด-19 อย่างครอบคลุม สมดุล และยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการประชุมเอเปคครั้งแรกที่ได้นำแนวคิดในเรื่อง การพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยได้นำโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green Economy Model (BCG) มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่จะผลักดันการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ โดยคาดหวังว่า เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ – เศรษฐกิจหมุนเวียน – เศรษฐกิจสีเขียว จะเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 นี้
สำหรับกระทรวงทรัพยากรฯ มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไปสู่การดำเนินงานในเชิงรูปธรรม โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Model) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นการดำเนินงานใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความสมดุลของระบบนิเวศและเป็นฐานการพัฒนา 2) การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างและกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม 3) การลดการใช้ทรัพยากร ลดขยะและของเสีย และ 4) การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงทรัพยากรฯ จะดำเนินการพัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ป่าเศรษฐกิจ และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท ส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้รับการรับรองและส่งเสริมการตลาดมากขึ้น รวมถึงมีการลดการใช้ทรัพยากร มีการนำพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ร้อยละ 100 และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นายจตุพร กล่าว
