Loading...

สถาบันการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (สพท.)

The Institute for Sustainable Development of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ผลการประชุม COP26 / COP27 และการประชุมสำคัญ

"ปลัด จตุพร" ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน พื้นที่ อช.ดอยสุเทพ - ปุย สั่งเร่งทำแนวกันไฟ ย้ำ! ต้องโปร่งใส เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน

"ปลัด จตุพร" ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน พื้นที่ อช.ดอยสุเทพ - ปุย สั่งเร่งทำแนวกันไฟ ย้ำ! ต้องโปร่งใส เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน

"ปลัด จตุพร" ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน พื้นที่ อช.ดอยสุเทพ - ปุย สั่งเร่งทำแนวกันไฟ ย้ำ! ต้องโปร่งใส เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 14.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย  เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนการป้องกันและควบคุมไฟป่า และตรวจความเรียบร้อยการสร้างแนวกันไฟ เส้นดอยปุย - บ้านขุนช่างเคี่ยน และเส้นรอบพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พร้อมมอบอุปกรณ์ป้องกันไฟป่า ข้าวสารอาหารแห้งให้กับชาวบ้านขุนช่างเคี่ยนในช่วงร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันไฟป่าในพื้นที่ ณ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย จ.เชียงใหม่

นายจตุพร กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องมีการเฝ้าระวังในช่วงนี้ และจากที่ผ่านมายังไม่พบรายงานจุดความร้อน (Hot spot) เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เกิดจากสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศเป็นสำคัญ ทำให้อากาศไม่เคลื่อนตัว ประกอบกับจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีมาก และจากการเผาในที่โล่ง จึงได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยขอความร่วมมือในการกำชับกวดขันลดการเผาในที่โล่งไปแล้ว สำหรับการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย ปีนี้ได้รับงบประมาณในการจัดทำแนวกันไฟทั้งหมด 200 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ 8 ตำบล ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 7 เส้นแนว ระยะทาง 50 กิโลเมตร ยังเหลืออยู่ระหว่างกำลังดำเนินการอีก ระยะทาง 150 กิโลเมตร ที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ขอให้จัดตั้งชุดตรวจติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน โดยให้ภาคประชาชนและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความโปร่งใสและสามารถตอบคำถามของสังคมได้ต่อไป

นอกจากนี้ ในปีนี้ ยังได้กำชับให้บูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองให้ครอบคลุมทุกมิติ และเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด เพิ่มการขยายผลการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร ทั้งการ ชิงเก็บ ลดเผา และการใช้ระบบบริหารการเผาในที่โล่ง เพื่อควบคุมการเกิดไฟในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร โดยมุ่งเน้นการนำเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าและรายได้ให้กับชุมชน ทั้งยังเพื่อเตรียมการรองรับการปรับเปลี่ยนค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM 2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จากเดิมไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในวันที่  1 มิถุนายนนี้ อีกด้วย

ที่มา : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แกลเลอรี่